Text Size

ระบบงานวินัย

กระบวนพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง

โดยมีหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

๑. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๔๒
๒. ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งว่า
ด้วยสารบัญญัติและหลักการทั่วไปในการใช้และการบังคับใช้เรื่องวินัยทางงบประมาณและการคลัง
๓. ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวิธีพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการ
คลัง พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยแบ่งเป็นลำดับชั้นการพิจารณา ดังนี้

ชั้นสั่งรับพิจารณา

ผู้มีสิทธิเสนอเรื่องเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง ได้แก่

๑. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
๒. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยอนุมัติผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

   โดยเรื่องที่คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังจะรับไว้พิจารณาได้นั้น จะต้องระบุชื่อ ตำแหน่ง และหน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณีในขณะกระทำความผิด ระบุข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดตามสมควร พร้อมพยานหลักฐานอ้างอิง คู่กรณียังมีชีวิตอยู่ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินยังไม่เคยวินิจฉัยในเรื่องนั้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกัน เว้นแต่มีพยานหลักฐานเพิ่มเติมอันอาจทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนไป ขาดอายุความ ๕ ปี นับแต่วันที่สำนักวินัยทางการเงินและการคลังลงทะเบียนรับเรื่อง

ชั้นสอบสวนหาข้อเท็จจริง

   เมื่อเลขานุการคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังหรือคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังสั่งรับเรื่องตามแต่กรณีแล้ว เรื่องจะกลับไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน(เพื่อ)จะดำเนินการสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริง เนื่องจากกระบวนวิธีพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังไม่ให้ถือข้อเท็จจริงตามรายงานการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเท่านั้น กระบวนการนี้ต้องละเอียด รอบคอบและให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจะทำหน้าที่

  • รวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดในลักษณะการไต่สวนในทางลายลักษณ์อักษร โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนทำหนังสือแจ้งผู้ถูกกล่าวหาให้ชี้แจงข้อเท็จจริง
  • จัดทำบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้น และแสดงความเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจริงหรือไม่ ผิดตามระเบียบข้อใด เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเห็นว่าเป็นความผิด
  • แจ้งข้อกล่าวหา โดยเสนอเรื่องให้ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา เว้นแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเห็นว่าเรื่องนั้นข้อเท็จจริงปรากฏตามพยานหลักฐานว่า การกระทำไม่เป็นความผิด เห็นควรยุติเรื่องจะต้องนำเสนอคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเพื่อพิจารณาและเสนอคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินชี้ขาดต่อไป ถ้าประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเห็นพ้องกับความเห็นของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน ก็จะมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไปยังผู้ถูกกล่าวหา ขั้นตอนนี้จะเปิดโอกาสให้คู่กรณีชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน ๑๕ วัน แต่ไม่ได้บังคับว่าคู่กรณีจะต้องมีหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เพียงแต่ถ้าพ้นกำหนดเวลาแล้วไม่แก้ข้อกล่าวหา ถือว่าคู่กรณีเพียงเสียสิทธิเท่านั้น
  • เสนอให้ประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังนัดไต่สวนเพื่อให้โอกาสคู่กรณีชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อหน้ากรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง ๒ ท่าน เป็นกรรมการไต่สวน โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจะประสานกับกรรมการไต่สวนและเชิญคู่กรณีมาชี้แจงต่อหน้ากรรมการไต่สวนในวันไต่สวน
  • จัดทำเป็นบันทึกสรุปสำนวนแล้วเสนอให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณา โดยกรรมการไต่สวนเจ้าของเรื่องนำเสนอและให้ความเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังเพื่อพิจารณา

ชั้นคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง

   คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังพิจารณาบันทึกสรุปสำนวน และจัดทำรายงานการพิจารณาของคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง โดยรายงานจะลงนามคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังที่พิจารณาเรื่องนั้น แล้วเสนอรายงานพร้อมสำนวนให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด

ชั้นวินิจฉัยชี้ขาด

   เมื่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้รับสำนวนซึ่งประกอบด้วยบันทึกสรุปสำนวนของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนและรายงานการพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณ และการคลังของคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังแล้ว คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะทำการพิจารณาแล้วมีคำวินิจฉัยชี้ขาดความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังว่า คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีความเห็นอย่างไร ข้อเท็จจริงที่รับฟัง โดยมีพยานหลักฐานใด ให้เหตุผลว่าเป็นความผิดหรือไม่ อย่างไร เป็นความผิดตามระเบียบข้อใด กำหนดโทษปรับทางปกครองและวิธีการชำระค่าปรับ โดยโทษปรับทางปกครองตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง พ.ศ. ๒๕๔๔ มี ๔ ชั้น ในแต่ละฐานความผิดจะกำหนดว่าจะต้องรับโทษชั้นใด ในการกำหนดโทษจะคิดจากฐานบัญชีอัตราเงินเดือนของผู้ถูกกล่าวหาในวันที่มีการกระทำความผิดว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงินเดือน ๆ ละเท่าใด รวมต้องรับโทษปรับทางปกครองเป็นจำนวนเท่าใด

ชั้นบังคับตามคำวินิจฉัย

   คำวินิจฉัยชี้ขาดความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลังของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะส่งไปยังหน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณีเพื่อทราบและดำเนินการ โดยหน่วยงานที่สังกัดของคู่กรณีจะทำการหักเงินเดือนแล้วนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และรายงานผลให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินทราบ แต่ถ้าคู่กรณีพ้นสถานะเจ้าหน้าที่แล้ว คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะมีคำวินิจฉัยเรียกให้ชำระเงินค่าปรับโดยตรง ถ้าไม่มีการชำระจะแจ้งเตือนให้ชำระ ถ้าคู่กรณียังฝ่าฝืนไม่ชำระค่าปรับ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินอาจมีคำสั่งให้ใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยวิธีการยึด อายัด และขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าปรับทางปกครองได้ เป็นอันสิ้นสุดกระบวนพิจารณาความผิดวินัยทางงบประมาณและการคลัง